Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

ทุกวัน :

09.00 - 21.00 น.

เราช่วยคุณได้

@onvacaytravel

Travel License : 11/12281

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

วันหยุดจีน 2569

วันหยุดจีน 2569

48

สรุปวันหยุดจีน ปี 2026 รู้ไว้ก่อนเดินทางช่วยเลี่ยงช่วงคนเยอะ เที่ยวสบายกว่าเดิม ใครที่แพลนจะไปเที่ยวจีนในปี 2026บอกเลยว่าควรเซฟโพสต์นี้เก็บไว้เลยเพราะ “วันหยุดยาวของจีน”ส่งผลโดยตรงกับประสบการณ์เที่ยวของเราเลยโดยรัฐบาลจีนได้ประกาศกำหนดวันหยุดประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว เราเลยสรุปมาให้แบบอ่านง่ายพร้อมคำแนะนำสำหรับนักเดินทางไทยค่ะ --- มกราคม — วันปีใหม่ (元旦)หยุด 1–3 ม.ค. (พฤหัส–เสาร์) รวม 3 วัน หมายเหตุ: 31 ธ.ค. ไม่หยุด ทำงานชดเชยวันที่ 4 ม.ค. (อาทิตย์)ช่วงนี้เป็นวันหยุดเบา ๆ คนจีนจะเที่ยวใกล้บ้านหรือเดินทางในเมืองใหญ่ ไม่เยอะเท่าช่วงตรุษจีนค่ะ--- กุมภาพันธ์ — ตรุษจีน (春节) หยุดยาว 9 วันเต็ม! (15–23 ก.พ.)ทำงานชดเชย: เสาร์ที่ 14 ก.พ. และเสาร์ที่ 28 ก.พ.เทศกาลที่ “คนจีนเดินทางเยอะที่สุดแห่งปี”ใครไปจีนช่วงนี้…ต้องเตรียมใจเลยค่ะทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแน่นมาก รถไฟจองยากและราคาที่พักอาจสูงกว่าปกติ--- เมษายน — เทศกาลชิงหมิง / เชงเม้ง (清明节)หยุด 3 วัน (4–6 เม.ย.)เป็นช่วงไหว้บรรพบุรุษ คนจีนจะเดินทางกลับบ้านเกิดทำให้การเดินทางพอมีคนเยอะพอสมควรแต่ก็ยังไม่แน่นเท่าช่วง Golden Week --- พฤษภาคม — วันแรงงาน (劳动节)หยุด 5 วัน (1–5 พ.ค.)ทำงานชดเชย: เสาร์ที่ 9 พ.ค.อากาศกำลังดีมาก เหมาะกับเที่ยวธรรมชาติทำให้คนจีนออกทริปเยอะ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง Golden Weekรองจากวันตรุษจีนและวันชาติเลยก็ว่าได้--- มิถุนายน — วันไหว้บ๊ะจ่าง / ตวนอู่ (端午节)หยุด 3 วัน (19–21 มิ.ย.)บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักระดับหนึ่ง แต่ยังไม่หนักเท่า ช่วงแรงงาน–ตรุษจีน–วันชาติ--- กันยายน — เทศกาลไหว้พระจันทร์ (中秋节)หยุด 3 วัน (25–27 ก.ย.) เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศดีมากแหล่งเที่ยวธรรมชาติมักมีคนเยอะขึ้นค่ะ --- ตุลาคม — วันชาติ (国庆节)หยุดยาว 7 วันเต็ม (1–7 ต.ค.)ทำงานชดเชย: อาทิตย์ที่ 20 ก.ย. และเสาร์ที่ 10 ต.ค.นี่คือ Golden Week ใหญ่ที่สุดของจีน รองจากวันตรุษจีนแหล่งท่องเที่ยวระดับท็อป เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ จางเจียเจี้ยสี่ดรุณี จิ่วจ้ายโกว เต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นเป็นพิเศษ--- สรุป!ช่วงที่ควร “เลี่ยง” เป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงพีคของจีน ตรุษจีน วันแรงงาน วันชาติสามเทศกาลนี้คือช่วงGolden Week ที่คนออกเที่ยวเยอะสุดเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นวันหยุดสั้น ๆ อย่าง เทศกาลชิงหมิง / ไหว้บ๊ะจ่างไหว้พระจันทร์ ก็ยังพอเที่ยวได้ เพียงแต่คนจะเยอะตามแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสถานีรถไฟค่ะ อีกสองช่วงที่คนเที่ยวเยอะมากคือ “ช่วงปิดเทอมของจีน”เพราะผู้ปกครองจะพาเด็ก ๆ เดินทางกันเยอะโดยเฉพาะสวนสนุกอย่าง #ดิสนีย์แลนด์ #ยูนิเวอร์แซลปักกิ่ง ปิดเทอมฤดูหนาว: ประมาณ กลาง ม.ค. – กลาง ก.พ. (มักทับช่วงตรุษจีน) ปิดเทอมฤดูร้อน:ประมาณ ต้น ก.ค. – สิ้น ส.ค. (ยาวประมาณ 2 เดือน) สองช่วงนี้ โรงแรม–สวนสนุกเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมจะคึกคักเป็นพิเศษค่ะ อ้างอิงข้อมูลจาก: เว็บไซต์รัฐบาลจีน (中国政府网)

พกพาวเวอร์แบงค์ไปเที่ยวอย่างไรไมให้โดนยึด

พกพาวเวอร์แบงค์ไปเที่ยวอย่างไรไมให้โดนยึด

48

ก่อนเดินทางโดยเครื่องบิน เราควรตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ขึ้นเครื่องอย่างเคร่งครัด กฎโดยทั่วไปก็เช่น ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องทุกกรณี ต้องมีฉลากระบุความจุไฟฟ้าอย่างชัดเจน และต้องไม่ใช้งานระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เป็นต้น และบางประเทศอาจมีกฎเฉพาะเพิ่มเติม ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อกำหนดของสายการบินและประเทศปลายทางล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นในการเดินทางโดยทั่วไปแล้ว ข้อจำกัดในการนำ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ขึ้นเครื่องบินของประเทศส่วนใหญ่จะยึดตาม มาตรฐานของ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA : International Air Transport Association) เป็นหลัก ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศทั่วโลก ดังนั้นกฎเกณฑ์พื้นฐานที่เราได้กล่าวไปแล้วในตอนแรก (เช่น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง, จำกัดความจุ, ต้องมีฉลากชัดเจน) จะเป็นมาตรฐานสากลที่คุณสามารถยึดถือได้เกือบทุกที่พกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด: พาวเวอร์แบงก์ทุกชนิดจะต้องอยู่ในสัมภาระพกพา (Carry-on Baggage) หรือกระเป๋าสะพายที่นำขึ้นเครื่องได้เท่านั้น ห้ามใส่กระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้เครื่องบินทุกกรณี เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการลัดวงจรหรือความร้อนสูงจนเกิดเพลิงไหม้ได้ความจุต้องระบุชัดเจน: ตัวพาวเวอร์แบงก์ต้องมีฉลากหรือตัวเลขระบุความจุกระแสไฟฟ้า (mAh) หรือพลังงานไฟฟ้า (Wh) อย่างชัดเจน หากไม่มีระบุ ไม่ชัดเจน หรือเลือนราง เจ้าหน้าที่อาจไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ห้ามชาร์จหรือใช้งานบนเครื่อง: โดยทั่วไปแล้ว สายการบินส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้ใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์ใดๆ ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน และควรปิดพาวเวอร์แบงก์ตลอดระยะเวลาการเดินทางจำกัดความจุและจำนวน:พาวเวอร์แบงก์ ความจุต่ำกว่า 20,000 mAh (น้อยกว่า 100 Wh): สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ความจุ 20,000 – 32,000 mAh (100 – 160 Wh): นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อนพาวเวอร์แบงก์ ความจุมากกว่า 32,000 mAh (มากกว่า 160 Wh): ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องในทุกกรณี (ยกเว้นอุปกรณ์พิเศษเช่น วีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม และต้องได้รับการอนุมัติจากสายการบินล่วงหน้า)กฎเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Power Bank ของบางประเทศอย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศหรือแม้กระทั่งแต่ละสายการบิน อาจมี กฎระเบียบเพิ่มเติมหรือการตีความที่เข้มงวดขึ้น ได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด มาดูกันว่าประเทศอื่นๆ มีข้อจำกัดที่น่าสนใจอะไรบ้างประเทศจีน: หากมีแผนเดินทางและต่อเครื่องบินภายในประเทศจีน ต้องใช้พาวเวอร์แบงก์ที่มีเครื่องหมายรับรอง CCC ที่มองเห็นได้ชัดเจน หากไม่มี อาจไม่ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบินและไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้ เที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ โดยทั่วไปจะไม่ตรวจสัญลักษณ์ CCC อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แนะนำให้พกพาวเวอร์แบงก์ที่มีเครื่องหมาย CCC จะดีที่สุดประเทศญี่ปุ่น: ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความเข้มงวดด้านความปลอดภัยในการบินสูง และมีกฎระเบียบเพิ่มเติมที่สำคัญเกี่ยวกับ พาวเวอร์แบงก์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป คือ ห้ามเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment): ผู้โดยสารสามารถใช้งานพาวเวอร์แบงก์ได้ แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา เช่น บริเวณที่นั่ง หรือในกระเป๋าหน้าที่นั่ง  เพื่อให้พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันทีส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา (USA)  ประเทศในกลุ่มยุโรป (เช่น สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส) โดยส่วนใหญ่แล้ว ประเทศในยุโรปจะยึดตามข้อกำหนดของ IATA เป็นหลักทิปส์อื่น ๆ ก่อนบินตรวจสอบกฎของสายการบิน: สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ตรวจสอบกฎระเบียบเฉพาะของสายการบินที่คุณจะเดินทางด้วย ก่อนออกเดินทางเสมอ เพราะบางสายการบินอาจมีกฎที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานสากลเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบ: เมื่อถึงจุดตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ให้เตรียมพาวเวอร์แบงก์แยกออกมาจากกระเป๋า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่ายความปลอดภัยมาก่อน: หากพาวเวอร์แบงก์ของคุณมีอาการผิดปกติ เช่น บวม ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือเคยตกหล่นอย่างรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการนำขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด

กฎการนำพาวเวอร์แบงค์เข้าเมืองจีน

กฎการนำพาวเวอร์แบงค์เข้าเมืองจีน

37

กฎการนำ Power Bank เข้าจีนปี 2568 เข้มงวดมาก โดยตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป Power Bank ทุกเครื่องต้องมีเครื่องหมายรับรอง CCC (China Compulsory Certification)เท่านั้น หากไม่มีจะถูกปฏิเสธไม่ให้นำขึ้นเครื่องบิน (โดยเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศจีน) และต้องโหลดใต้ท้องเครื่องไม่ได้ ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ความจุต้องไม่เกิน 160 Wh (ประมาณ 32,000 mAh) และต้องมีข้อมูลชัดเจน (mAh หรือ Wh).ข้อกำหนดหลักเครื่องหมายรับรอง (สำคัญที่สุด): Power Bank ต้องมีเครื่องหมาย CCC ที่ชัดเจนบนตัวเครื่องเท่านั้นจึงจะนำขึ้นเครื่องบินในประเทศจีนได้.ความจุ:ไม่เกิน 100Wh (ประมาณ 20,000 mAh): นำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ (จำนวนเหมาะสม).100Wh - 160Wh (ประมาณ 20,000 - 32,000 mAh): นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน (ต้องตรวจสอบกับสายการบิน).เกิน 160Wh: ห้ามนำขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด.การจัดเก็บ:ต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น: ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง (checked baggage) ไม่ว่ากรณีใดๆ.เก็บในกระเป๋าถือหรือกระเป๋าสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่อง (Carry-on).ข้อมูลบน Power Bank: ต้องมีข้อมูลความจุ (mAh/Wh) และแรงดันไฟฟ้า (V) ระบุชัดเจน หากซีดจางหรืออ่านไม่ออกอาจถูกปฏิเสธ.ข้อควรปฏิบัติตรวจสอบเครื่องหมาย CCC: ดูที่ Power Bank ของคุณว่ามีตรา CCC หรือไม่.เตรียม Power Bank ใหม่: หากไม่มี CCC หรือเก่ามาก ควรซื้อใหม่ที่มีมาตรฐานนี้ก่อนเดินทาง.เก็บในกระเป๋าถือ: ห้ามใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องเด็ดขาด.เตรียมหลักฐาน: เก็บกล่องหรือใบเสร็จไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ.ติดต่อสายการบิน: หากมีข้อสงสัย หรือ Power Bank ความจุสูง ควรสอบถามกับสายการบิน. 

จิ่วจ้ายโกว Jiuzhaigou

จิ่วจ้ายโกว Jiuzhaigou

73

 จิ่วจ้ายโกว Jiuzhaigou      หมายถึง หุบเขาเก้าหมู่บ้าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ5Aได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1992 (2535) ประเภทมรดกทางธรรมชาติเป็นอุทยานแห่งชาติและเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ มณฑลเสฉวน (Sichuan) ห่างจาก เมืองเฉิงตู (Chengdu) ประมาณ 400 กิโลเมตรเป็นที่รู้จักในด้านธรรมชาติที่งดงามอย่างยิ่ง มีทะเลสาบที่ใสราวกระจก น้ำตกสวยงาม และ ป่าไม้ที่เขียวขจีชาวพื้นเมืองในจิ่วจ้ายโกวประกอบด้วยชนเผ่า ทิเบต และ เชียง (Qiang) ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและความเชื่อทางศาสนามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และ มีความผูกพันกับธรรมชาติเป็นอย่างมาก รักสงบและสมถะอัธยาศัยดี เป็นมิตร ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวสภาพอากาศ จิ่วจ้ายโกวอากาศในจิ่วจ้ายโกวอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)อุณหภูมิ: ประมาณ 9°C – 18°Cอากาศเริ่มอบอุ่น ดอกไม้เริ่มเบ่งบาน ทำให้ทิวทัศน์ของอุทยานมีสีสันสดใสสภาพอากาศค่อนข้างเย็นในตอนเช้าและค่ำ แต่จะอุ่นขึ้นในตอนกลางวันควรสวมเสื้อผ้าหนา ๆ เนื่องจากอุณหภูมิอาจลดลงในช่วงเช้าหรือช่วงค่ำฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)อุณหภูมิ: ประมาณ 17°C – 24°Cอากาศเย็นสบาย เป็นช่วงเวลาที่น้ำตกและทะเลสาบมีน้ำเต็มอากาศในช่วงนี้ถือว่าดีที่สุดสำหรับการเดินเที่ยวในอุทยาน เนื่องจากธรรมชาติอยู่ในช่วงที่เขียวขจีและมีความงดงามควรสวมเสื้อผ้าสบาย ๆ แต่ควรเตรียมเสื้อกันฝนหรือร่ม เนื่องจากในช่วงฤดูนี้อาจมีฝนตกบ้างฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)อุณหภูมิ: ประมาณ 7°C – 18°Cเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เพราะใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง ส้ม แดง ทำให้ทิวทัศน์ของจิ่วจ้ายโกวสวยงามเป็นพิเศษอากาศเย็นลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนควรสวมเสื้อผ้าที่หนาขึ้นและเตรียมเสื้อกันหนาว เนื่องจากอุณหภูมิจะลดลงอย่างมากในช่วงกลางคืนฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)อุณหภูมิ: ประมาณ -1°C – 8°Cมีหิมะปกคลุมภูเขาและบางส่วนของทะเลสาบ ทำให้ทิวทัศน์ดูเงียบสงบและโรแมนติกควรสวมเสื้อผ้าหนา ๆ พร้อมหมวก ผ้าพันคอ และถุงมือ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นมากอาหารพื้นเมืองจิ่วจ้ายโกวมักใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น เนื้อจามรี เนยจามรี ข้าวบาร์เลย์ และผักพื้นบ้านต่างๆรสชาติอาหารจะเข้มข้นและมัน ไม่เน้นความเผ็ดหรือเปรี้ยวรูปแบบการชำระเงินในจิ่วจ้ายโกวเงินหยวนจีน (CNY)เป็นวิธีการชำระเงินที่ใช้กันทั่วไปใน ตลาดท้องถิ่น ร้านค้าขนาดเล็ก และ ร้านอาหารพื้นเมืองบัตรเครดิต (เช่น Visa, MasterCard) และ บัตรเดบิตสามารถใช้ได้ใน ร้านอาหาร โรงแรม หรือ ร้านค้าที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันมือถือWeChat Pay และ Alipay เป็นสองแพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน แต่โดยปกติแล้วแอปพลิเคชันเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อชาวจีนเป็นหลักปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถสมัครใช้ WeChat Pay และ Alipay ได้ชั่วคราว โดยผูกกับบัตรเครดิตต่างประเทศตู้ ATM กระจายอยู่ทั่วจิ่วจ้ายโกวข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว จิ่วจ้ายโกวอากาศในจิ่วจ้ายโกวอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควรเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมสำหรับสภาพอากาศที่เย็นและเปียกชื้นเนื่องจากจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 2,000 เมตร นักท่องเที่ยวอาจมีอาการ altitude sicknessควรมีแอปพลิเคชันแปลภาษา ภาษาทิเบตเป็นภาษาหลัก แต่คนท้องถิ่นสามารถสื่อสารภาษาจีนกลาง (Mandarin) ได้ควรแลกเงินหยวนไว้ให้พอเพียงห้ามทิ้งขยะในพื้นที่ธรรมชาติห้ามทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงห้ามขีดเขียนข้อความห้ามลงว่ายน้ำในทะเลสาบหรือแม่น้ำห้ามเดินออกนอกเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามรบกวนสัตว์ป่า และ ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าห้ามสูบบุหรี่และก่อไฟในพื้นที่ธรรมชาติห้ามบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตบริการ WiFi มีให้บริการใน โรงแรม ร้านอาหาร หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแอพ Facebook และ Line ถูกบล็อกในจิ่วจ้ายโกวเบอร์โทรฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่จีน ตำรวจ โทร.110 / รถพยาบาล โทร.120หากต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไทย กรุณาติดต่อ สถานทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง (Beijing) โทร. +86 10 6532 1133 หรือ +86-10-8531-3000 หรือ +86-139-1113-9907

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

217

เที่ยวนครสวรรค์ เมืองสวรรค์แห่งปากน้ำโพ ดินแดนแห่งประตูสู่ภาคเหนือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ตอนนี้บอกเลยว่าน่าเที่ยวไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ ใดใดเลย เพราะนครสวรรค์ มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางสายบุญ บอกเลยว่านครสวรรค์มีวัดวาอาราม ที่มีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีความงดงามในระดับ Unseen  อยู่มากมาย นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา และมีตลาดเมืองเก่าสุดคลาสสิคอย่างตลาดชุมแสงให้แฟนละครตามไปฟินกันได้อีก ที่สำคัญจังหวัดนี้ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สองชั่วโมงหรือสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว จึงเหมาะมากๆ ที่จะเป็นจุดด์ในวันหยุดสำหรับคนมีเวลาน้อยที่ชอบเที่ยวไทยแบบใกล้กรุงเทพ  ว่าแต่มีพิกัดไหนให้ตามไปฟินกันได้บ้าง ตามไปชมกันเลย